เข้าระบบ
เมนูหลัก
สมาชิกออนไลน์
1 สมาชิก(s) เข้าสู่ระบบ (1 สมาชิก(s) เปิดใช้ บทความธรรมะ)

สมาชิก: 0
บุคคลทั่วไป: 1

ยังมีต่อ..
สมาชิกใหม่
enomek255 2008/7/17
wzza36279 2008/4/17
wiza36279 2008/2/25
mizer36279 2008/2/21
newiz36279 2008/2/6
happyman 2008/1/15
omega_kiss 2007/12/20
Annnn 2007/11/6
boxdata 2007/11/3
nineton 2007/11/2
ค้นหา
ข้อมูลเว็บ
Webmasters

admin

(1) 2 »
บทความธรรมะ : พ่อแม่เป็นพระพรหม ตอนที่ 1
Posted by admin on 2007/12/13 5:09:22 (178 reads)
บทความธรรมะ

"พระพรหม" ตามความรู้สึกของเราทั่วไปก็คือ พระเจ้าผู้สร้างโลกตามคติของศาสนาพราหมณ์ ส่วนตามคติของศาสนาพุทธ พระพรหมก็คือ ผู้ประกอบด้วยรูปฌานหรืออรูปฌาน แล้วจุติจากอัตภาพมนุษย์ไปเกิดเป็นพรหม มีที่อยู่ของตัวเองเป็นสัดส่วนเรียกว่า "พรหมโลก" แต่ความหมายที่แท้จริงในพระพุทธศาสนา คำว่า พรหม นี้ท่านใช้เรียกบุคคลผู้มีคุณธรรมที่เรียกว่า "พรหมวิหารธรรม" ครบถ้วนบริบูรณ์ คือ หมายถึง คนเราธรรมดาๆ นี้เอง จะอยู่ในวัยไหนมีเพศพรรณหรือตระกูลใดก็แล้วแต่ มิสิทธิ์ที่จะเป็นพรหมด้วยกันทั้งนั้น และเป็นได้ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในโลกอยู่ร่วมกันกับชาวโลกอิ่นๆ นี่แหละ เพียงแต่มีข้อแม้ว่าต้องมีพรหมวิหารธรรมนี้ครบถ้วนเท่านั้น

บทความธรรมะ : ตำแหน่งพ่อแม่
Posted by admin on 2007/11/24 22:30:00 (126 reads)
บทความธรรมะ

คนเก่าเล่ากันมาให้รู่ว่า พ่อแม่นั้นมีพระคุณมหาศาลยากที่จะพรรณาให้หมดสิ้รได้ ถึงกับเปรียบเทียบไว้ว่า แม้จะเอาท้องฟ้าอันหาขอบเขตมิได้สมมติเป็นแผ่นกระดาษ เอายอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นยอดหนึ่งของภูเขาหิมาลัยสมมติเป็นปากกา เอาน้ำในมหาสมุทรทุกแห่งในโลกสมมติเป็นน้ำหมึก จดจารจารึกพระคุณของท่านทั้งสองว่ามีต่อลูกอย่างนั้นๆ และจารึกว่าท่านได้ทำอย่างไรกับลูกบ้าง จนกระทั่งท้องฟ้าเต็มไปด้วยอักษรจนยอดพระสุเมรุสึกหรอไปจนสิ้นและน้ำในมหาสุมทรถูกใช้จดจารจนแห้งขอดไป เท่านี้ก็ยังจดพรรณาพระคุณของพ่อแม่ไม่หมดสิ้น

และการที่จะทดแทนพระคุณของท่านทั้งสองให้หมดสิ้นไปนั้นก็ยากนักยากหนา ถึงกับยกเปรียบไว้ว่า หากลูกจะยกพ่อไว้บนบ่าซ้าย ยกแม่ไว้บนบ่าขวาของตน ประคับประคองให้ท่านทั้งสองอยู่บนบ่านั้นแหละ ให้ท่านอาบน้ำ ให้ท่านกิน ให้ท่านนอน และจนกระทั่งถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่บนบ่าของลูกนั่นเองแม้ลูกจะทำอยู่อย่างนี้จนกระทั่งพ่อแม่หมดลมหายใจไป ก็ยังไม่อาจจะทดแทนข้าวป้อน น้ำนมและอุปการคุณที่ท่านได้ทำไว้ต่อลูกเลย

ตัวอย่างทั้งสองนี้ท่านยกมากล่าวไว้เพื่อแสดงให้เห็นเพียงว่า พระคุณของท่านมีมากมายจนไม่อาจจะทำการตอบแทนชดใช้ให้หมดสิ้นไปด้วยการกระทำเล็กๆน้อยๆ หรือเป็นครั้งคราวเท่านั้น มิใช่จะหมายความว่า จะต้องให้ลูกทำใหญ่โตปานดังเปรียบตามที่บางคนเข้าใจแล้วเอะอะโวยวายเอาว่า ใครกันจะสามารถยกเขาพระสุเมรุมาเขียน และลูกคนใดเล่า จะแบกพ่อแบกแม่ เป็นสิบเป็นร้อยปี หรือพ่อแม่คนใดเล่าจะทนทุกข์ทรมานกินนอนบนบ่าลูกได้ ไม่รำคาญ ไม่สงสารลูก บ้างหรืออย่างไรกัน อะไรทำนองนี้

เรื่องนี้ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของคนเก่า เพราะคำเปรียบก็ต้องเป็นคำเปรียบอยู่วันยังค่ำ คือ ต้องนึกเอาไปเปรียบมิใช่ทำอย่างเปรียบหรือทำเหมือนเปรียบ เรื่องเปรียบอย่างนี้จะถือเป็นเรื่องจริงจังใหญ่โตอย่างนั้นไม่ได้ ต้องตีความหมายหรือเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้คิดเปรียบเท่านั้น

เพราะเหตุใดหรือท่านจึงเปรียบพ่อแม่ หรือ "พระ-ในบ้าน" เสีบใหญ่โตปานนั้น

ก็เพราะท่านเป็น "บุพการีชน" คือ ผู้ทำให้ก่อนได้สะสมบุญคุณแก่ลูกมาตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์จนกระทั่งตายจากกันไป หรือกระทั่งทำให้ไม่ไหว อันนับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากนัก เพราะตามปกติคนเรามักจะมีความเห็นแก่ตัวใจไม่กว้างพอที่จะยอมเสียสละเอื้ออารีต่อผู้อื่น แต่พ่อแม่ท่านทำได้และทำได้อย่างดีเสียด้วย

และเป็นบุญวาสนาของลูกอย่างหนึ่งคือ ลูกเป็น "ผู้รับ" ความรักความปรารถดี และความเอื้อเฟื้อที่พ่อแม่ "ให้" นั้นทั้งหมด

ด้วยเหตุดังกล่าวมานี่เอง ตำแหน่ง "พระในบ้าน" จึงเป็นตำแหน่งที่สมควรอย่างยิ่งแล้วสำหรับเป็นของขวัญอันบริสุทธิ์ จะมีใครเหมาะกับตำแหน่ง "พระ" เท่าพ่อแม่อีกเล่า และพ่อแม่นั้นยังเป็นยิ่งกว่าพระใดๆ ในโลก ประเสริฐกว่าพระใดๆ ในโลกเท่าที่ลูกจะพึงมีและพึงหาได้
ทั้งนี้ เพราะพ่อแม่เป็นศูนย์รวมความเป็น "พระ" ไว้ในตัวมากมาย คือ เป็นหลายพระนั่นเอง ตำแหน่งพระของพ่อแม่คือ


- พ่อแม่เป็นพระพรหม
- พ่อแม่เป็นพระเทพ
- พ่อแม่เป็นพระอาจารย์
- พ่อแม่เป็นพระอรหันต์

บทความธรรมะ : พระในบ้าน ตอนที่ 4
Posted by admin on 2007/11/5 23:42:42 (111 reads)
บทความธรรมะ

โดยมาเราต่างก็มักจะเอื้อบำรุงอุดหนุนกันแต่พระนอกบ้าน หรือดั้นด้นไปเช่าพระนอกบ้าน ซึ่งปราศจากลมหายใจเข้ามาไว้ในบ้านด้วยราคาแพงๆ ทำที่ประดิษฐานไว้ด้วยห้องหรูๆ ราคาแพงลิบ แต่พระในบ้านซึ่งยังมีลมหายใจอยู่เรากลับปล่อยให้อดอยากปากแห้ง ปล่อยให้ใจแล้งอับเฉาและเศร้าใจอยู่ตามลำพัง เพราะปราศจากน้ำใจของลูกๆ มาหล่อเลี้ยงให้ชุ่มชื่น พ่อแม่ที่รอน้ำใจจากลูกๆ นั้น อาจยิ่งกว่า "ข้าวคอยฝน" อย่างที่เราชอบเปรียบกันเสียอีก
ท่านคงจะมิใช่เป็นผู้หนึ่งในจำนวน "โดยมาก" นั้น!



ข้อมูลโดยพระเทพปริยัติโมลี (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙)

เรียบเรียง ชัยวัฒน์ การะนนท์
6 พฤศจิกายน 2550

บทความธรรมะ : พระในบ้าน ตอนที่ 3
Posted by admin on 2007/11/5 23:35:13 (89 reads)
บทความธรรมะ

และก็คงไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือปฏิเสธว่า "พ่อแม่" ไม่ได้เป็น "พระ" หากว่าผู้นั้นเป็นคนดีมีความคิดและยุติธรรมทั้งมองโลกในแง่ดีในแง่ที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เหตุที่ท่านทั้งสองได้นามว่าเป็นพระนั้น เพราะท่านมี "ความเป็นพระ" คือคุณธรรมความดีอยู่ในตัว และได้ปฏิบัติภารกิจอันเป็นหน้าที่ของตัวอย่างครบถ้วนบริบูรณ์ ทั้งในด้านจิตใจก็เปี่ยมล้นด้วยความรัก ความปรารถนาดี และความสงสาร อันเป็นเหตุชักจูงให้ท่านได้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ ยอมป็น "ผู้ให้" อยู่ตลอดมา
แน่แล้ว พ่อแม่ คือ พระในบ้าน!

ตามปกติเรามักจะแสวงหาพระ ไปกราบไหว้พระกันตามวัด ตามถ้ำ ตามป่า หรือแม้อยู่บนยอดเขาก็ยอมไปกัน ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเป็นมงคลแก่ตัว แม้จะต้องไปค้างอ้างแรมกัน หรือใช้วลาเดินทางไปเป็นวันๆ เราก็ยังทนหอบหิ้วสังขารไปจนกระทั่งถึงท่านจนได้ พอได้เห็นท่านได้กราบไหว้บูชาท่านแล้วก็กลับเท่านี้ก็เกิดความอิ่มเอิบใจหายเหน็ดเหนื่อย โอกาสหน้าก็แวะเวียนไปหาท่านบ่อยๆ เล่าทุกข์สุขให้ท่านฟังให้ท่านช่วยแก้ปัญหาชีวิตซึ่งมันคับอกคับใจให้ เป็นต้น "พระนอกบ้าน" ที่ว่ามานี้เราไปหาได้ บูชาได้ และทำได้บ่อยๆ เสียด้วยซ้ำไป

แต่ในเราทั้งหลายนี่ จะมีสักกี่คนเล่าที่นึกถึง "พระในบ้าน" กัน พระในบ้านที่ใจจดจ่อรอท่าที่บรรดา "ลูก" จะมาหามากราบไหว้บูชา หรืออย่างน้อยๆ มาให้เห็นหน้าก็ดีใจถมไปแล้ว


ข้อมูลโดยพระเทพปริยัติโมลี (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙)

เรียบเรียง ชัยวัฒน์ การะนนท์
6 พฤศจิกายน 2550

บทความธรรมะ : พระในบ้าน ตอนที่ 2
Posted by admin on 2007/10/30 0:10:00 (106 reads)
บทความธรรมะ

"ความเป็นพระ" อย่างที่ว่ามานั้น มิใช่จะมีเฉพาะกับนักบวชในศาสนาใดศาสนาหนึ่งตามความ

เข้าใจของคนทั่วไปเท่านั้น ความจริงเราท่านทุกคนต่างก็เคยประสบพระหรือมีพระผู้ประกอบ

ด้วยคุณความดีดังกล่าวมาแล้วทุกคนและมิได้พบที่ในป่าถ้ำลำเนาเขาหรือแดนบุญสถานนัก

บวชอื่นใดเลย หากพบกันอยู่ที่บ้าน มีอยู่ในบ้านเรานั่นเอง มิพักต้องไปหาที่อื่นเสียให้ยากเลย

เพราะพระดังกล่าวนี้หาได้ในบ้าน จึงเรียกในที่นี้ว่า "พระในบ้าน"

หากจะบอกในตอนต้นนี้เสียเลยว่า "พระในบ้าน" นั้น คือ "พ่อ" กับ "แม่" ก็คงจะทำให้คลาย

สงสัยไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะบางทีอาจเกิดความแคลงใจขึ้นมาเมื่อได้ยินคำนี้เข้าว่า เหตุใด

พระจึงไปอยู่ในบ้าน ดูออกขะขัดๆ หูอยู่ ด้วยตามปกติ เรามักจะเห็นพระท่านอยู่แต่ในวัดหรืออยู่

ในถ้ำในเขาเท่านั้น แม้หากจะเข้าบ้านบ้างในบางคราว ก็อยู่ชั่วระยะเวลามีกิจ เสร็จแล้วท่านจะ

กลับวัดอย่างเดิม



ข้อมูลโดยพระเทพปริยัติโมลี (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙)

เรียบเรียง ชัยวัฒน์ การะนนท์
29 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : พระในบ้าน ตอนที่ 1
Posted by admin on 2007/10/28 23:30:00 (122 reads)
บทความธรรมะ

โดยพระเทพปริยัติโมลี (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙)

"พระ" หมายถึงผู้ประเสริฐ ผู้ยอดเยี่ยม เพราะเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติดีอยู่ในตัว และประกอบความดีต่อ

ผู้อื่น โดยมิได้มุ่งหวังการตอบแทน ทำด้วยดวงใจอันเปี่ยมล้นด้วย ความรักความปรารถนาดีและ

ความสงสารเป็นมูลฐาน หากผู้ใดทำได้ดังนี้ ไม่ว่าผู้นั้นจะครองเพศแบบไหน วัยไหน โลกย่อมแซ้

ซ้องสรรเสริญผู้นั้นว่าเป็น "พระ" ในสายตาของเขาและพร้อมที่จะยกมือทั้งสองขึ้นไหว้บูชา หรือ

ยอมก้มศีรษะ พร้อมทั้งกายหมอยกราบกรานด้วยความเต็มใจ มิได้ตะขิดตะขวงหรือลังเลสักน้อย

เพราะมาเห็นว่าผู้นั้นคือ เนื้อนาอันหาได้ยากของเขาอย่างแท้จริง



ข้อมูลโดยพระเทพปริยัติโมลี (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙)

เรียบเรียง ชัยวัฒน์ การะนนท์
28 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : พ่อแม่นั้นอุตสาห์เลี้ยงเรามาก็เพื่อประสงค์ว่า
Posted by admin on 2007/10/28 23:16:07 (107 reads)
บทความธรรมะ

ยามมีกิจ หวังให้เจ้า เฝ้ารับใช้

ยามป่วยไข้ หวังให้เจ้า เฝ้ารักษา

ยามถึงคราว ล่วงลับ ดับชีวา

หวังให้เจ้า ปิดตา เวลาตายฯ


การเลี้ยงน้ำใจพ่อแม่คือ การทำอย่างไรก็ได้

ที่ได้ให้ท่านเกิดความเบิกบานใจ ไม่ทุกข์กังวลเดือดร้อน

หรือไม่สบายใจ เพราะการกระทำของเรา เพราะเราเป็นต้นเหตุ



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
28 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : แน่แล้ว พ่อแม่ คือ พระในบ้าน
Posted by admin on 2007/10/28 23:10:00 (167 reads)
บทความธรรมะ

รักใดเล่า รักแน่ เท่าแม่รัก

ผูกสมัคร ลูกมั่น มิหวั่นไหว

ห่วงใดเล่า เท่าห่วง ดังดวงใจ

ที่แม่ให้ กับลูก อยู่ทุกทรา

ยามลูกขื่น แม่ขม ตรมหลายเท่า

ยามลูกเศร้า แม่โศก วิโยคกว่า

ยามลูกหาย แม่ห่วง คอยดวงตา

ยามลูกมา แม่หมด ลดห่วงใย ฯ



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
28 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : น้ำใจลูก
Posted by admin on 2007/10/28 23:10:00 (142 reads)
บทความธรรมะ

คนเราจะรู้ว่าใครดีไม่ดีก็ต่อเมื่อได้เห็น

น้ำใจกันก่อน น้ำใจย่อมมีค่าสูงและมี

พลังมากกว่าน้ำใดๆ ในโลก "พระในบ้าน"

ปรารถนาเหลือเกิน จะได้เห็นน้ำใจจากลูกๆ

ที่ท่านอุตส่าห์เลี้ยงดู อุ้มชูมาแต่น้อยคุ้มใหญ่

แต่ความปรารถนาของพ่อแม่จะสำเร็จหรือไม่

ขึ้นอยู่กับน้ำใจของเรา ผู้เป็นลูกเท่านั้น



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
28 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : เกิด แก่ เจ็บ ตาย
Posted by admin on 2007/10/18 21:28:31 (190 reads)
บทความธรรมะ

เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด และเมื่อตายแล้วสิ่งที่จะติดตัวไปได้คือ บุญและบาปที่ตนเองสร้างไว้ตอนมีชีวิตอยู่เท่านั้น


ความจริงของมนุษย์

มีลาภ เสื่อมลาภ

มียศ เสื่อมยศ

มีสรรเสริญ มีนินทา

มีสุข มีทุกข์



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
18 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั้ว
Posted by admin on 2007/10/18 21:24:49 (189 reads)
บทความธรรมะ

เมื่อตายแล้ว ผลของกรรมจะปรากฏดังนี้

ผู้มีความโลภ, โกรธ, หลง จะเกิดเป็น เปรต และสัตว์เดรัจฉาน

ผู้มีศีล ๕ จะเกิดเป็น มนุษย์

ผู้มีหิริโอตัปปะ จะเกิดเป็น เทวดา

ผู้มีฌาน จะเกิดเป็น พรหม

ผู้ไม่มีกิเลส จะเกิดป็น อรหันต์
(เข้านิพพาน)



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
18 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : ธรรมคือธรรมชาติ
Posted by admin on 2007/10/17 21:20:00 (166 reads)
บทความธรรมะ

ธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นสัจจธรรมที่เกี่ยวกับมนุนย์และสัตว์ เพื่อให้ปฏิบัติ ปฏิบัติชอบ สร้างใน

ความดีทำสิ่งที่ถูกต้อง ละความชั่ว ตัณหา และกิเลสทั้งปวง ความสำคัญของธรรมะอยู่ที่จิต

จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธาน จิตเป็นหัวหน้า
เมื่อเรามีสติสามารถควบคุมจิตให้อยู่ในกรอบที่ดี

ก็คือ เสมือนหนึ่งเราได้ศึกษาธรรมะเกือบสำเร็จไปแล้ว และต้องละเว้นความ โลภ โกรธ หลง ให้

หมด โดยต้องระวังอย่างเข้มงวด พวกประตูของตัวสร้างบาป มี ๖ ทาง คือ ทางหู, ตา, จมูก, ลิ้น,

กาย และใจ ดังจะรู้ได้จากการกระทำหรือสังเกตได้ ดังนี้


หู ฟังเสียงที่ไพเราะและนึกชอบ ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา

ตา มองแต่สิ่งที่สวยงามและนึกชอบ ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา

จมูก ดมกลิ่นที่หอม และนึกชอบ ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา

ลิ้น สัมผัสรสอาหารที่อร่อย และนึกชอบ ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา

กาย มีการสัมผัสและนึกคิดแล้วหลงใหล ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา

ใจ นึกชอบในสิ่งที่ดี และไม่ดี ทำให้เกิดกิเลส และตัณหา


ประตูสร้างตัณหาทั้ง ๖ นี้ ถ้าเราสามารถรู้ทุกขณะจิต (มีสติสัมปชัญญะ) ทุกขณะจิตของการการทำ

และตัดสินด้วยสติไม่ใช้อารมณ์ไปในทางที่ดี และไม่ปฏิบัติชั่วละโมหะ โทสะ ด้วย ก็จะเป็นสาเหตุ

ให้เราเข้าสู่จิตสงบ มีสมาธิที่ดี โดยไม่จำเป็นต้องไปบวช หรือเข้าธุดงคกรรมตามสถานที่ต่างๆ



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
17 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : แต้มบุญ
Posted by admin on 2007/10/17 21:00:30 (101 reads)
บทความธรรมะ

เมื่อแต้มหมึกสีใดในกระดาษ ขาวสะอาดก็ต้องเปื้อนเหมือนสีหมึก

ถึงแต้มทับสีใหม่ได้อย่างนึก เห็นสุดลึกที่จะกลบลบสีเดิม

เหมือนแต้มบุญลงไว้ในดวงจิต บุญจะติดตรึงอยู่คอยชูเฉลิม

ถึงแต้มบาปอื่นกลับทับบุญเติม ไม่วายเคลิ้มเห็นเงาบุญเก่าเอย



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
17 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : สำคัญ
Posted by admin on 2007/10/17 6:30:00 (83 reads)
บทความธรรมะ

ทุกคืนก่อนหลับนอน จงตั้งใจนึกถึงความดึ

หรือบุญกุศลที่ตัวเราได้สร้างกุศลไว้แล้วแผ่ส่วน

กุศลให้แด่เจ้ากรรมนายเวร ผีสางเทวดา มวลหมู่

ศัตรูคู่แข่ง คนที่เราเกลียด และผู้ที่มีพระคุณด้วย




เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
17 ตุลาคม 2550

บทความธรรมะ : พ้นทุกข์
Posted by admin on 2007/10/13 21:20:00 (125 reads)
บทความธรรมะ

คนไม่มีธรรมะ จะมีทุกข์หนัก

คนทำธรรมทาน จะได้บุญสูงสุด

จงอย่าเอา ทุกข์ โศก โกรธ เข้าตัว

มิฉะนั้นจะต้องทุกข์ใจตลอด

จิตผ่องใส หน้าก็ผ่องใส กายสบาย



เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ การะนนท์
13 ตุลาคม 2550

(1) 2 »